1375336623-350StPeter-o

กจ.12:1-19 {พลังการอธิษฐานเพื่อผู้อื่น}

 

12:1 แล้วคราวนั้นกษัตริย์เฮโรดได้เหยียดพระหัตถ์ออกทำร้ายบางคนในคริสตจักร
12:2 ท่านได้ฆ่ายากอบพี่ชายของยอห์นด้วยดาบ
12:3 เมื่อท่านเห็นว่าการนั้นเป็นที่ชอบใจพวกยิว ท่านก็จับเปโตรด้วย (นี่เป็นระหว่างเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ)
12:4 และเมื่อท่านจับเปโตรแล้ว ท่านจึงให้จำคุกเขาไว้ และมอบเขาไว้กับทหารสี่หมู่ ๆ ละสี่คนให้คุมเขาไว้ ตั้งใจว่าเมื่อสิ้นเทศกาลอีสเตอร์แล้วจะพาเขาออกมาให้แก่คนทั้งหลาย
12:5 เพราะฉะนั้นเปโตรจึงถูกจำไว้ในคุก แต่ว่าคริสตจักรได้อธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเปโตรโดยไม่หยุด
12:6 ในคืนวันนั้นเอง ครั้นเฮโรดจะพาเปโตรออกมา เปโตรนอนหลับอยู่ระหว่างทหารสองคน มีโซ่สองเส้นล่ามไว้ และคนยามเฝ้าอยู่หน้าประตูคุก

12:7 ดูเถิด มีทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏ และมีแสงสว่างส่องเข้ามาในคุก ทูตองค์นั้นจึงกระตุ้นเปโตรที่สีข้างให้ตื่นขึ้นแล้วว่า “จงลุกขึ้นเร็ว ๆ” โซ่นั้นก็หลุดตกจากมือของเปโตร
12:8 ทูตสวรรค์องค์นั้นจึงสั่งเปโตรว่า “จงคาดเอวและสวมรองเท้าแตะ” เปโตรก็ทำตาม ทูตองค์นั้นจึงสั่งเปโตรว่า “จงห่มผ้าและตามเรามาเถิด”
12:9 เปโตรจึงตามออกไป และไม่รู้ว่าการซึ่งทูตสวรรค์ทำนั้นเป็นความจริง แต่คิดว่าได้เห็นนิมิต
12:10 เมื่อออกไปพ้นทหารยามชั้นที่หนึ่งและที่สองแล้ว ก็มาถึงประตูเหล็กที่จะเข้าไปในเมือง ประตูนั้นก็เปิดเองให้ท่านทั้งสอง ท่านจึงออกไปเดินตามถนนแห่งหนึ่ง และในทันใดนั้นทูตสวรรค์ก็ได้อันตรธานไปจากเปโตร
12:11 ครั้นเปโตรรู้สึกตัวแล้วจึงว่า “เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้ารู้แน่ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงใช้ทูตสวรรค์ของพระองค์มาช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากพระ หัตถ์ของเฮโรด และพ้นจากการมุ่งร้ายของพวกยิว”
12:12 เมื่อเปโตรคิดอย่างนั้นแล้ว ก็มาถึงบ้านของมารีย์มารดาของยอห์นผู้มีชื่ออีกว่า มาระโก ที่นั่นมีหลายคนได้ประชุมอธิษฐานกันอยู่
12:13 พอเปโตรเคาะประตูรั้ว มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อโรดามาฟัง
12:14 เมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของเปโตร เพราะความยินดีก็ยังไม่เปิดประตู แต่วิ่งเข้าไปบอกว่า เปโตรยืนอยู่หน้าประตู
12:15 คนทั้งหลายจึงพูดกับหญิงนั้นว่า “เจ้าเป็นบ้า” แต่หญิงคนนั้นยืนยันว่าเป็นอย่างนั้นจริง เขาทั้งหลายจึงว่า “เป็นทูตสวรรค์ประจำตัวเปโตร”
12:16 ฝ่ายเปโตรยังยืนเคาะประตูอยู่ เมื่อเขาเปิดประตูเห็นท่าน ก็อัศจรรย์ใจ
12:17 แต่เปโตรโบกมือให้เขานิ่ง และเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงพาท่านออกจากคุกอย่าง ไร แล้วท่านสั่งว่า “จงไปบอกเรื่องนี้แก่ยากอบกับพวกพี่น้องให้ทราบ” เปโตรจึงออกไปเสียที่อื่น
12:18 แล้วครั้นรุ่งเช้า พวกทหารก็ขวัญหนีดีฝ่อมิใช่น้อย ว่าเปโตรหายไปไหน
12:19 เมื่อเฮโรดหาตัวเปโตรไม่พบ จึงไต่สวนพวกทหารยามและรับสั่งให้ฆ่าเสีย ฝ่ายเฮโรดก็ออกจากแคว้นยูเดีย ลงไปพักอยู่ที่เมืองซีซารียา

12:20 ฝ่ายเฮโรดกริ้วชาวเมืองไทระและเมืองไซดอน แต่ชาวเมืองนั้นได้พากันมาหาท่านเมื่อได้เอาใจบลัสทัสกรมวังของกษัตริย์แล้ว จึงได้ขอกลับเป็นไมตรีกันอีกเพราะว่าเมืองของเขาต้องอาศัยอาหารเลี้ยงชีพจากแผ่นดินของกษัตริย์นั้น
12:21 เมื่อถึงวันนัด เฮโรดทรงเครื่องกษัตริย์เสด็จประทับบนราชบัลลังก์ แล้วมีพระราชดำรัสแก่เขา
12:22 คนทั้งหลายจึงร้องขึ้นว่า “เป็นพระสุรเสียงของพระ มิใช่เสียงมนุษย์”
12:23 ในทันใดนั้น ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ท่านเกิดโรคร้ายเพราะท่านมิได้ถวายเกียรติยศแด่พระเจ้าแล้วก็มีตัวหนอนกัดกินร่างกายของท่านจนถึงแก่พิราลัย
12:24 แต่พระวจนะของพระเจ้าก็ยังแผ่เจริญมากขึ้น
12:25 ฝ่ายบารนาบัสกับเซาโล เมื่อได้ทำภารกิจที่รับมอบหมายสำเร็จแล้ว จึงจากกรุงเยรูซาเล็มกลับไป พายอห์นผู้มีชื่ออีกว่ามาระโกไปด้วย

 

ในสมัยนั้นการทำร้ายคริสตชน เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ทั้งจากบรรดาชนชาติเดียวกัน และจากชนชาติผู้ปกครอง การต่อต้านผู้ชอบธรรมและเดินติดตามพระคริสต์มีอยู่รอบด้าน ทำให้หมายสำคัญการอัศจรรย์ยิ่งทวีคูณกว่าหลายๆ ยุค

 

(ข้อ1-4) เมื่อเฮโรดเจ้าเมืองได้ทำร้ายคริสตชน แต่กลับเป็นที่นิยมชมชอบจากหมู่ชนชาวอิสราเอลผู้เชื่อถือพระเจ้าด้วยเช่นเดียวกันกับคริสตชน ทำให้เฮโรดหาทางสะสมบารมีด้วยการเอาใจคนหมู่มาก ทำในสิ่งที่ผู้คนเร่งเร้าโดยไม่สนใจหรือคำนึงถึงความถูกต้อง เพียงแค่เป็นบันไดในการทำให้ได้รับการเชิดชูมากขึ้น ได้รับความนิยมมากขึ้น ได้รับเกียรติมากขึ้น ได้รับคำชมว่าตนใหญ่มากขึ้น เขายินดีจับคนไร้ผิดและฆ่าทิ้งได้อย่างไม่ต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองหรือพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางบรรทัดฐานของสังคม กฏหมาย กฏระเบียบ ธรรมเนียมปฏิบัติ บัญญัติของพระเจ้า หรือใดๆ ทั้งสิ้น

 

(ข้อ 5) การอธิษฐานเป็นพลังอย่างมหาศาลที่ทำให้เกิดการเคลื่อนฝ่ายวิญญาณและหมายสำคัญ เกินกว่าปกติธรรมดา

 

(ข้อ 6-11) พลังแห่งการอธิษฐานเผื่อ ส่งผลให้มีหมายสำคัญเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้รับการอธิษฐานเผื่อ…  เปโตรได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้าเองโดยตรง ไม่ใช่จากมือมนุษย์ ทำให้เขารอดพ้นจากการปองร้ายถึงชีวิตได้ในครั้งนี้

 

(ข้อ 12-16) คำอธิษฐานเพื่อผู้อื่นมักมีพลังอย่างมหาศาล จนบางครั้งผู้อธิษฐานเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ขนาดนั้น เนื่องจากพระเจ้าเป็นผู้กระทำการนั้นด้วยพระองค์เอง แต่การอธิษฐานเผื่อ
–    เป็นการเปิดประตูในฝ่ายวิญญาณ
–    เป็นการจุดประกายการเคลื่อนฝ่ายวิญญาณ
–    และเป็นการร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

(ข้อ 18-19) ฝ่ายผู้ที่ปองร้ายเปโตร ได้แต่วุ่นวายและฆ่าฟันกันเองอย่างไม่สิ้นสุด อันเนื่องจากอัศจรรย์ของพระเจ้า

 

 (ข้อ 20-23) ในขณะที่ผู้คนต่อต้านพระนามของพระเจ้า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ คนที่ยิ่งยืนหยัด ยิ่งเห็นการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงทำให้กับเขา แต่คนที่ยิ่งต่อต้านยิ่งรับผลร้ายเข้าสู่ตนเอง

 

(ข้อ 24)  ข่าวประเสริฐ ไม่ได้ถูกหยุดยั้ง เพียงแค่มีการต่อต้าน แต่กลับยิ่งแผ่เจริญมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะงานนี้เป็นงานของพระเจ้า

 

กจ.12:1-19 {พลังการอธิษฐานเพื่อผู้อื่น}

 

1.    ความนิ่งสงบของเปโตรนั้นมีมาก จนกระทั่งทำให้เขาหลับสบายท่ามกลางการถูกจองจำ แม้จะรู้กำหนดวันตายของตนเองด้วยซ้ำ ถึงขนาดเกิดสิ่งใดขึ้นภายในคุก เปโตรยังไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งทูตสวรรค์ต้องกระทุ้งที่สีข้างเพื่อให้เขาตื่น… แสดงถึงการนิ่งสงบและวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างมาก แม้สถานการณ์ที่เลวร้ายมาก…  เขาไม่ได้ตีอกชกตัว ไม่ได้กระวนกระวายใจ … , ความนิ่งสงบนี้ไม่ได้เกิดจากการปลงเพราะไร้ทางออก แต่เป็นการมั่นใจและวางใจว่าพระเจ้าเคยช่วยเขามาแล้วอย่างไร ก็จะช่วยเขาได้อีกเช่นกัน เนื่องจากเปโตรเคยถูกจับกุมมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ และได้รับการปล่อยตัวทุกครั้งไป (ใน กจ.บทที่ 4-5)

 

2.    เปโตรมีความเชื่อฟังพระเจ้าถึงขนาดในเวลาที่เขาไม่รู้สึกตัวก็ยังคงเชื่อฟังพระเจ้า สะท้อนให้เห็นการเชื่อฟังพระเจ้าเป็นชีวิตของเขา (ข้อ 8-9)

 

3.    เมื่อเราเริ่มต้นอธิษฐาน ไม่เพียงแค่ความหวังใจเท่านั้นที่ต้องมี แต่ต้องมีความเชื่อด้วยว่าสิ่งเกินธรรมชาติจากพระหัตถ์พระเจ้าย่อมเกิดขึ้นได้ อย่ามัวตื่นตะลึงกับสิ่งที่พระเจ้าทำจนกลายเป็น… “ไม่เชื่อเมื่อบั้นปลาย” (เพราะมันดูขัดแย้งกับถ้อยคำอธิษฐานที่ออกจากปาก) … ไม่แปลกที่การอัศจรยย์นั้นจะใหญ่โต เพราะพระเจ้าของเราทรงยิ่งใหญ่ (ข้อ 15-16)

 

1375336623-350StPeter-o

 

071214